25 ตุลาคม 2569

เงินฌาปนกิจหายไปไหน? กฎหมายเตือนเรื่องโกงตั้งแต่ปี 2545 แต่ปี 2569 ชาวบ้าน 13 จังหวัดยังต้องทวงเงินคนตาย!

image

???? เงินฌาปนกิจหายไปไหน? กฎหมายเตือนเรื่องโกงตั้งแต่ปี 2545 แต่ปี 2569 ชาวบ้าน 13 จังหวัดยังต้องทวงเงินคนตาย!

ถ้าเงินที่สมาชิกใหม่จ่ายเข้ามา ถูกนำไปอุดเงินค้างจ่ายคนเก่า แล้ววันหนึ่งไม่มีคนสมัครเพิ่ม ใครจะจ่ายเงินค่าทำศพให้ครอบครัวที่เหลือ?

เรื่องนี้ผมอยากให้ประชาชนอ่านให้จบครับ เพราะปัญหาฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านออกมาร้องเรียน

และไม่ได้มีแค่คำถามว่าสมาคมไหนโกงหรือไม่โกง

แต่มีคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ

รัฐรู้หรือไม่ว่าระบบนี้มีความเสี่ยงมาตั้งแต่เมื่อไร และกฎหมายที่มีอยู่ถูกนำมาใช้คุ้มครองประชาชนจริงแค่ไหน?

คนเฒ่าคนแก่จำนวนมากสมัครสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ ส่งเงินกันเดือนละเล็กเดือนละน้อย บางคนส่งมาหลายสิบปี

ไม่ได้หวังร่ำรวยอะไรหรอกครับ

แต่หวังว่าเมื่อวันหนึ่งตัวเองเสียชีวิต ลูกหลานจะมีเงินจัดงานศพ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร

แต่ถ้าวันที่สมาชิกเสียชีวิต ครอบครัวกลับไม่ได้รับเงินตามสิทธิ เงินที่ส่งมาทั้งชีวิตหายไปไหน?

นี่คือคำถามที่คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด กำลังติดตามอยู่

⚖️ เรื่องแรก กฎหมายฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครทำกำไรจากคนตาย

พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มาตรา 4 วางหลักว่า เป็นกิจการที่บุคคลหลายคนตกลงช่วยเหลือกันในการจัดการศพหรือสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกที่เสียชีวิต โดยไม่ได้ประสงค์หากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน

เงินที่สมาชิกจ่ายต้องใช้ตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม

ต้องแยกค่าสมัคร ค่าบำรุง เงินสงเคราะห์ และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าให้ถูกต้อง

การมีเงินเข้าบัญชีหลายสิบล้านบาท ไม่ได้แปลว่าสมาคมมีเงินเหลือหลายสิบล้านบาท!

เพราะต้องดูว่ามีภาระต้องจ่ายให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเท่าไร และเงินถูกนำไปใช้ตามกฎหมายหรือไม่

⚖️ เรื่องที่สอง กฎหมายปี 2545 เตือนเรื่องการฉ้อโกงไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว!

ผมย้อนอ่านเหตุผลท้าย พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 พบว่ากฎหมายยอมรับว่าระบบเดิมตามกฎหมายปี 2517 มีข้อกำหนดด้านการเงินไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม และการควบคุมสมาคมยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันการฉ้อโกงและการแสวงหาประโยชน์จากกิจการของกรรมการและเจ้าหน้าที่

จึงต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสมาชิก

เห็นไหมครับ! ความเสี่ยงเรื่องเงินฌาปนกิจไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งมีคนค้นพบในปี 2569

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกสมาคมมีการฉ้อโกง ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเป็นรายแห่ง

⚖️ เรื่องที่สาม ปี 2561 มีความเห็นกฤษฎีกาเกี่ยวกับปัญหาการใช้กฎหมาย

ความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 772/2561 เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับเพื่อย้ายที่ตั้งสมาคมข้ามจังหวัด

สะท้อนว่าเคยมีปัญหาการตีความอำนาจและขั้นตอนระหว่างหน่วยงาน

แต่ต้องย้ำว่าความเห็นฉบับนี้ไม่ได้วินิจฉัยว่าเงินฌาปนกิจถูกโกง และประเด็นที่หารือมีการดำเนินการตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปแล้ว

ขณะเดียวกัน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวก็เคยดำเนินงานด้านนี้มาแล้ว ทั้งการอบรม การจัดทำคู่มือ และการรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมาย

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าไม่เคยทำอะไรเลย แต่เป็นการทำงานเหล่านั้นแก้ปัญหาของชาวบ้านได้จริงเพียงใด

⚖️ เรื่องที่สี่ หนังสือราชการปี 2567–2569 ใครได้รับแล้วทำอะไรต่อ?

วันที่ 24 มกราคม 2567 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับปัญหาสมาชิกไม่ได้รับเงินสงเคราะห์

วันที่ 5 มีนาคม 2567 มีหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เกี่ยวกับการกำกับดูแลสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยยังต้องตรวจสำเนาฉบับชัดเพื่อยืนยันรายละเอียดหนังสือครบถ้วน

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอความร่วมมือกำชับนายทะเบียนให้ดำเนินการตามกฎหมาย

และวันที่ 17 มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.4/ว2852 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ย้ำให้กำกับดูแลและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามเงื่อนไขกฎหมาย

ผมอยากถามว่า หลังหนังสือไปถึงจังหวัดแล้ว เกิดอะไรขึ้นต่อ?

นายทะเบียนแห่งไหนตรวจบัญชีแล้วบ้าง?

พบความผิดปกติหรือไม่?

มีคำสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องกี่แห่ง?

สมาคมใดถูกดำเนินคดี?

ติดตามเงินกลับคืนมาเท่าไร?

และสำคัญที่สุด…

ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินจริงแล้วกี่ราย?

หนังสือราชการเป็นหลักฐานว่ามีการสั่งการหรือประสานงาน แต่ไม่ใช่หลักฐานว่างานทุกพื้นที่สำเร็จแล้ว

เราต้องติดตามผลการปฏิบัติจริง

⚖️ เรื่องที่ห้า เงินใหม่โปะหนี้เก่า แบบไหนเริ่มอันตราย?

ถ้าสมาชิกเสียชีวิตมากขึ้น ภาระจ่ายเงินก็เพิ่มขึ้น

แต่หากสมาชิกที่ยังมีชีวิตเริ่มขาดส่ง ลาออก หรือหมดความเชื่อมั่น รายรับอาจลดลง

ปัญหาสภาพคล่องจึงอาจรุนแรงขึ้นเป็นวงจร

จุดที่ต้องตรวจสอบจริงจังคือ หากมีการปกปิดหนี้ค้างจ่าย แล้วชักชวนสมาชิกใหม่ด้วยข้อมูลเท็จ เพื่อนำเงินใหม่มาอุดปัญหาเก่าที่ไม่เปิดเผย

แต่การรับสมาชิกใหม่ไม่ได้เป็นแชร์ลูกโซ่โดยอัตโนมัติ!

ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นการเรียกเก็บเงินไม่พอ การบริหารผิดพลาด การใช้เงินผิดกฎหมาย หรือการหลอกลวงโดยทุจริต

คำตอบต้องอยู่ที่บัญชีรับจ่าย รายการธนาคาร ทะเบียนสมาชิก ยอดผู้เสียชีวิตจริง เงินค้างจ่าย และคำชักชวนรับสมัคร

⚖️ เรื่องที่หก กฎหมายให้อำนาจนายทะเบียนอยู่แล้ว ทำไมต้องรอ?

มาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ให้อำนาจนายทะเบียนดำเนินการตามเงื่อนไข เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือการเงินบัญชีของสมาคม รวมถึงสั่งแก้ไขข้อบกพร่องและใช้มาตรการกับกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ส่วนมาตรา 43 เปิดช่องให้นายทะเบียนร้องทุกข์หรือฟ้องคดีได้ เมื่อกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ทำให้สมาคมเสียหาย แต่สมาคมไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขกฎหมาย โดยมีบทบัญญัติให้พนักงานอัยการรับว่าต่างให้สมาคม

กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้สมาชิกต้องรอกรรมการสมาคมดำเนินคดีกันเองเพียงทางเดียว!

แต่จะใช้อำนาจมาตราใด ต้องตรวจให้ครบทั้งข้อเท็จจริงและเงื่อนไขกฎหมาย

นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน

สำหรับคณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด เราจะต้องตามให้ถึงว่า

เงินออกจากบัญชีเมื่อไร?

ใครอนุมัติการจ่าย?

ใครมีหน้าที่ตรวจสอบ?

ใครได้รับแจ้งปัญหาตั้งแต่วันไหน?

และหลังได้รับหนังสือราชการแล้ว ใครได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง?

ถ้าพบความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ถ้าพบข้อบกพร่องของระบบก็ต้องแก้ไข

และถ้ามีเจ้าหน้าที่ดำเนินการถูกต้องอยู่แล้ว ก็ควรแสดงหลักฐานให้ประชาชนรับทราบด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ผมอยากเห็นไม่ใช่จำนวนหนังสือที่รัฐส่งออก แต่เป็นจำนวนครอบครัวที่ได้รับสิทธิกลับคืนมา

เพราะเงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินที่ชาวบ้านส่งกันเล่น ๆ

มันคือเงินที่คนคนหนึ่งฝากความหวังไว้ให้ครอบครัว ในวันที่ตัวเองไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

คนตายพูดไม่ได้ แต่คนที่ยังอยู่มีสิทธิถามว่า เงินไปไหน ใครต้องรับผิด และรัฐได้ใช้กฎหมายคุ้มครองเขาแล้วหรือยัง!

คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ผ่านพยานหลักฐาน หน่วยงานที่มีอำนาจ และกระบวนการรัฐสภา

เพราะเรื่องนี้ไม่ควรจบแค่คำว่า “รับเรื่องไว้แล้ว”

แต่ควรจบเมื่อประชาชนได้รับคำตอบ ได้รับความเป็นธรรม และผู้กระทำผิดได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย

⸻

รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์
ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

อนุกรรมาธิการ ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม
สภาผู้แทนราษฎร

คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย 13 จังหวัด

บุรีรัมย์ • พิษณุโลก • เพชรบูรณ์ • มหาสารคาม • นครราชสีมา • ระยอง • อุดรธานี • ศรีสะเกษ • อำนาจเจริญ • นครสวรรค์ • กาฬสินธุ์ • สุโขทัย • สกลนคร

#ทนายคู่ใจ #คณะทำงานทวงคืนเงินคนตาย13จังหวัด #เงินผีต้องคืนผี #ฌาปนกิจสงเคราะห์

#บุรีรัมย์ #พิษณุโลก #เพชรบูรณ์ #มหาสารคาม #นครราชสีมา #ระยอง #อุดรธานี #ศรีสะเกษ #อำนาจเจริญ #นครสวรรค์ #กาฬสินธุ์ #สุโขทัย #สกลนคร

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

เงินฌาปนกิจหายไปไหน? กฎหมายเตือนเรื่องโกงตั้งแต่ปี 2545 แต่ปี 2569 ชาวบ้าน 13 จังหวัดยังต้องทวงเงินคนตาย!

เงินฌาปนกิจหายไปไหน? กฎหมายเตือนเรื่องโกงตั้งแต่ปี 2545 แต่ปี 2569 ชาวบ้าน 13 จังหวัดยังต้องทวงเงินคนตาย!

จากเสียงชาวบ้าน 13 จังหวัด วันนี้เรื่องเงินฌาปนกิจเดินมาถึงไหนแล้ว?

จากเสียงชาวบ้าน 13 จังหวัด วันนี้เรื่องเงินฌาปนกิจเดินมาถึงไหนแล้ว?