14 มกราคม 2569

ไม่รอด! สตม.บุกรวบจีนเทาแสบ รีดเงินบริษัทนอมินีหวังเข้าตลาดหุ้นเสียหาย 100 ล้าน

image

ไม่รอด! สตม.บุกรวบจีนเทาแสบ รีดเงินบริษัทนอมินีหวังเข้าตลาดหุ้นเสียหาย 100 ล้าน 



ปฏิบัติการจับกุมจีนเทานักตบทรัพย์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 มกราคม 2569 สืบเนื่องจากในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กวดขันตรวจตราสถานที่พักอาศัยของคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อพาร์ทเมนต์ เกสเฮาส์ รวมไปถึงคอนโดมิเนียม ซึ่งรับคนต่างชาติเข้าพักอาศัย ในการดำเนินการแจ้งการเข้าพักดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มาตรา 38 ซึ่งเป็นนโยบายและข้อสั่งการซึ่ง  “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการเน้นย้ำอย่างเข้มงวด โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ในการระดมชุดสืบสวนหมั่นกวดขัน ตรวจสอบที่พักอาศัยเหล่านี้อยู่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และให้มีการนำข้อมูลที่ได้รับแจ้งที่พักในระบบดังกล่าว มาสุ่มตรวจสอบว่ามีบุคคลต่างชาติรายใด มีพฤติการณ์หลบหนีหรือซ่อนตัว หรือได้กระทำความผิด เป็นผู้ร้ายข้ามชาติที่อาศัยประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนตัวหลังจากการก่ออาชญากรรมหรือไม่

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ตรวจพบหนึ่งในรายชื่อผู้เข้าพักอาศัยของโรงแรมดังแห่งหนึ่งในย่านพักอาศัยชื่อดังของคนจีน มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรายหนึ่งชื่อนายฉู (นามสมมติ) อายุ 49 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับสำคัญของทางการจีน โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศจีนได้มีหนังสือประสานงานความร่วมมือเกี่ยวกับผู้ร้ายข้ามแดนราย ทำให้มีการบันทึกข้อมูลในระบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง


หลังได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 จึงได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากนายฉู เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้าม พร้อมสั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3  และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3, พ.ต.ท.รัฐไกร ประยูรศร, พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์, พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม. 3 เรียกประชุมทีมสืบสวน  นำโดย พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ, พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 วางแผงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำทีเป็นพนักงานส่งอาหาร ไปดักซุ่มแฝงตัวไปอยู่บริเวณด้านหน้า โรงแรมเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 7 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็น บุคคลต่างด้าวตำหนิรูปพรรณตรงกับนายฉู จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแสดงบัตรข้าราชการให้ดู ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผลการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ยืนยันนายฉู อายุ 49 ปี สัญชาติจีน เป็นคนเดียวกับผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งการเพิกถอนดังกล่าวให้ทราบ และควบคุมตัวนายฉู ไปทำบันทึกที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการประสานงาน และตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศพบว่าในห้วงปี 2566 นายฉู ซึ่งเป็นพนักงานของ บริษัทจัดการหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งหนึ่ง ได้หลอกลวง CEO ของบริษัท ให้ใช้นอมินีในการจดทะเบียน ในช่วงที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ก่อนที่พวกเขาจะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาข่มขู่แบลคเมล์ในภายหลังว่าจะระงับสิทธิในส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อบังคับให้บริษัทจ่าย "ค่าปิดปาก" เป็นจำนวนเงิน มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 22 ล้านหยวน (ประมาณ 100 ล้านบาท) 


ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง เป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน รวมไปถึงเบาะแสสำคัญจากการแจ้งที่พักอาศัยตามกฎหมายของพี่น้องประชาชน จนนำไปสู่ความสัมฤทธิ์ผลในการจับกุมคนร้ายข้ามชาติรายสำคัญที่หลบหนีคดี และใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัว และขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การแจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรณีคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัย เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลเคหสถาน รวมไปถึงผู้จัดการโรงแรม จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญ นอกจากนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สายด่วนหมายเลข 1178 ตลอด 24 ชม.
 

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

เค้าเป็นใคร.... ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ จึงเลือกส่งให้ลง สส. หนึ่งในเขต หินที่สุดของ กทม.?

เค้าเป็นใคร.... ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ จึงเลือกส่งให้ลง สส. หนึ่งในเขต หินที่สุดของ กทม.?

สตม.รวบ แจ๊ค หยาง ปิดตำนานสแกมเมอร์ระดับสั่งการ หลังแปลงสัญชาติหนีคดีโกงกว่า 800 ล้าน

สตม.รวบ แจ๊ค หยาง ปิดตำนานสแกมเมอร์ระดับสั่งการ หลังแปลงสัญชาติหนีคดีโกงกว่า 800 ล้าน